กรุณาเปิด JavaScript เพื่อใช้ปุ่มเปลี่ยนหน้า / 请启用 JavaScript。
TONGDA OPTICAL CO., LTD.
ระเบียบข้อบังคับ
เกี่ยวกับการทำงาน
บริษัท ทงดา ออฟติคัล จำกัด
มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2569
ที่ตั้ง เลขที่ 88/117-118 หมู่ที่ 15 ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ 10570
โทรศัพท์ 02-136-2674
ประเภทกิจการ ผลิต จำหน่าย แว่นตา กระจกออปติคอล และอุปกรณ์แว่นตา เลนส์แว่นกันแดด เลนส์หนังสือ เลนส์สายตาทุกประเภท
สารบัญ
หากเลขหน้าในสารบัญไม่แสดง ให้คลิกขวาที่สารบัญ แล้วเลือก "อัปเดตเขตข้อมูล" (Update Field)
คำนำ
ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานฉบับนี้ บริษัทฯ มีจุดมุ่งหมายที่จะให้พนักงานได้ทราบถึงระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน กฎเกณฑ์เกี่ยวกับการจ้างงาน การทำงานของพนักงาน รวมถึงสิทธิ ผลประโยชน์ หน้าที่ของพนักงานกับบริษัทที่มีต่อกัน และสวัสดิการต่าง ๆ ที่บริษัทจัดให้ ตลอดจนคุณและโทษของพนักงานที่ฝ่าฝืนข้อปฏิบัติ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเข้าใจและปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้อง
บริษัทขอประกาศให้พนักงานทุกคนทราบ และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดในแนวทางเดียวกัน เพื่อประโยชน์ของพนักงานเอง และเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของส่วนรวม
บริษัทหวังว่าพนักงานทุกคนจะให้ความร่วมมือ ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานฉบับนี้ด้วยดี
วัตถุประสงค์
เพื่อให้การดำเนินการของบริษัทฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เหมาะสมตามวัตถุประสงค์และจุดมุ่งหมายที่ได้วางไว้ บริษัทฯ จึงได้จัดทำกฎระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน เพื่อให้พนักงานของบริษัทฯ รับทราบ และยึดถือในแนวปฏิบัติเดียวกัน
อันจะเป็นการเสริมสร้างและรักษาไว้ซึ่งความเข้าใจอันดี ความสามัคคี และความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพนักงานกับผู้บังคับบัญชา พนักงานกับบริษัทฯ และความสัมพันธ์อันดีระหว่างพนักงานด้วยกันเอง ซึ่งจะนำไปสู่ความสงบเรียบร้อย และความมีประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข
โดยเห็นเป็นการสมควรให้กำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของพนักงาน เพื่อให้สอดคล้องกับแนวนโยบายการบริหารงานของบริษัท และบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 บริษัทจึงออกข้อบังคับฉบับนี้ไว้ดังต่อไปนี้
ข้อบังคับฉบับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของพนักงานบริษัท” บริษัทอาจแก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานฉบับนี้ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจหรือการบริหารงานของบริษัท หรือเพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของกฎหมาย ทั้งนี้โดยเป็นไปตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518
คำจำกัดความและความหมายในข้อบังคับฉบับนี้
“บริษัทฯ” หมายถึง บริษัท ทงดา ออฟติคัล จำกัด รวมทั้งผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัท และผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทให้ทำการแทนด้วย
“พนักงาน” หมายถึง บุคคลผู้ได้รับการจ้างให้ทำงานกับบริษัทฯ โดยได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งหมายรวมถึงลูกจ้างซึ่งเป็นพนักงานอยู่ระหว่างระยะเวลาทดลองงาน หรือพนักงานซึ่งมีกำหนดเวลาการจ้างไว้แน่นอน เว้นแต่ข้อบังคับนี้จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
“ผู้บังคับบัญชา” หมายถึง พนักงานที่ได้รับแต่งตั้งจากบริษัทฯ ให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้างานส่วนใดส่วนหนึ่ง ทั้งในด้านการปฏิบัติงาน การบังคับบัญชาพนักงาน และการควบคุมการดำเนินงานให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของบริษัทฯ
“ค่าจ้าง” หมายถึง เงินเดือนมูลฐาน ซึ่งไม่รวมเงินอื่นใดที่บริษัทฯ และพนักงานตกลงกันจ่ายเป็นค่าตอบแทนในการทำงานตามสัญญาจ้างแรงงาน
“ปี” หมายถึง ปีปฏิทิน เว้นแต่ข้อความในข้อนั้น ๆ จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
2.1 พนักงานของบริษัทฯ
พนักงานของบริษัทฯ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้
2.1.1 พนักงานที่บริษัทฯ ตกลงจ้างไว้เป็นการประจำ ณ ที่ทำการบริษัท
2.1.2 พนักงานที่บริษัทฯ จ้างมาเพื่อทดลองงานก่อนบรรจุ ซึ่งหากผลการทดลองไม่เป็นที่น่าพอใจ หรือผู้ทดลองไม่สมัครใจที่จะปฏิบัติงานต่อไป ทั้งสองฝ่ายมีสิทธิบอกเลิกสัญญาทดลองงานให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบ โดยไม่ต้องจ่ายเงินชดเชยใด ๆ ทั้งสิ้น ภายในระยะเวลาทดลองงานตามข้อตกลง แต่ไม่เกิน 119 วัน
2.1.3 พนักงานที่บริษัทฯ จ้างมาไว้ทำงานเป็นครั้งคราว หรืองานโครงการ ซึ่งมิใช่งานปกติของธุรกิจหรือการค้าของนายจ้าง ต้องมีระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดของงานที่แน่นอน หรือในงานอันมีลักษณะเป็นครั้งคราวที่มีกำหนดการสิ้นสุดหรือความสำเร็จของงาน หรือในงานที่เป็นไปตามฤดูกาลและได้จ้างในช่วงเวลาของฤดูกาลนั้น ซึ่งงานนั้นจะต้องแล้วเสร็จภายในเวลาไม่เกินสองปี โดยบริษัทฯ และพนักงานได้ทำสัญญาเป็นหนังสือไว้ตั้งแต่เมื่อเริ่มจ้าง หรือการจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา ถ้าบริษัทฯ เป็นฝ่ายบอกเลิกจ้างหรือพนักงานขอลาออก ให้ฝ่ายบอกเลิกจ้างบอกล่วงหน้าเป็นหนังสือให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบอย่างน้อย 30 วัน ทั้งนี้หากบริษัทฯ เป็นฝ่ายเลิกจ้าง บริษัทฯ จะจ่ายค่าชดเชยตามหมวดที่ 8 และตามกฎหมายแรงงาน
2.2 ค่าจ้าง การปรับค่าจ้าง และกำหนดการจ่ายค่าจ้าง
บริษัทฯ จะจ่ายค่าจ้างให้กับผู้ที่บริษัทฯ ตกลงรับเข้าทำงาน ทั้งนี้โดยบริษัทฯ จะพิจารณาถึงความรู้ความสามารถ และบริษัทจะปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานในเรื่องอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามประกาศของกระทรวง ยังไม่รวมสวัสดิการอื่น
บริษัทฯ จะพิจารณาขึ้นค่าจ้างพนักงานทุกระดับในเดือนมกราคมของแต่ละปี โดยพิจารณาความสามารถและผลการปฏิบัติงานของพนักงานแต่ละคนที่ผู้บังคับบัญชาเสนอ บริษัทฯ สงวนไว้ซึ่งสิทธิในการขึ้นค่าจ้างมากหรือน้อย หรือไม่ขึ้นเลย ตามความเหมาะสมและสถานะทางการเงินของบริษัทฯ ในแต่ละปี ทั้งนี้บริษัทฯ อาจพิจารณาปรับอัตราค่าจ้างของพนักงานบางคนนอกเหนือไปจากที่ระบุก็ได้ หากพนักงานผู้นั้นได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถ และมีความรับผิดชอบในหน้าที่เป็นอย่างดี
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา พนักงานจะต้องเป็นผู้เสีย โดยบริษัทฯ จะหัก ณ ที่จ่าย ตามอัตราที่พนักงานจะต้องเสีย
ค่าจ้างหรืออัตราเงินเดือนของพนักงานแต่ละคน ให้ถือเป็นความลับ
เพื่อให้การทำงานของพนักงานเป็นไปตามความเหมาะสมกับสภาพการบริหาร และเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ บริษัทฯ จึงกำหนดวันทำงาน เวลาทำงาน และเวลาพักไว้ ทั้งนี้บริษัทฯ สงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามความจำเป็นและความเหมาะสม เพื่อประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ
3.1 วันทำงาน เวลาทำงาน และเวลาพัก
สำหรับวันทำงาน เวลาทำงาน และเวลาพัก บริษัทฯ สงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงได้ตามความจำเป็นและความเหมาะสม เพื่อประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจ โดยบริษัทฯ จะปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย
3.2 วันหยุดตามประเพณี
บริษัทฯ กำหนดให้มีวันหยุดตามประเพณีปีละไม่น้อยกว่า 13 วัน รวมวันแรงงานแห่งชาติ โดยได้รับค่าจ้างเท่ากับวันทำงานปกติ ทั้งนี้บริษัทฯ จะประกาศให้ทราบล่วงหน้าเป็นปี ๆ ไป ถ้าวันหยุดตามประเพณีใดตรงกับวันหยุดประจำสัปดาห์ บริษัทฯ จะให้หยุดชดเชยในวันทำงานถัดไป
3.3 วันหยุดพักผ่อนประจำปี
3.3.1 บริษัทฯ กำหนดให้พนักงานลาหยุดพักผ่อนประจำปีได้ โดยได้รับค่าจ้างตามเกณฑ์ดังนี้
สำหรับพนักงานที่มีอายุงานไม่ครบ 1 ปี จะได้สิทธิลาหยุดพักผ่อนประจำปีตามสัดส่วนที่บริษัทฯ กำหนด
3.3.2 พนักงานที่มีสิทธิและประสงค์จะลาหยุดพักผ่อนประจำปี จะต้องยื่นใบลาล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน
3.3.3 สิทธิในการลาหยุดพักผ่อนประจำปี พนักงานต้องใช้ให้หมดภายในปีเดียวกัน ไม่สามารถสะสมไปปีต่อไปได้
3.4 การบันทึกเวลาทำงาน
3.4.1 พนักงานทุกคนจะต้องบันทึกเวลาทำงานทุกครั้งที่เข้าทำงาน เลิกงาน หรือลาโดยได้รับอนุญาตระหว่างทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการมาทำงานในวันปกติหรือวันหยุดงาน ตามระเบียบวิธีการที่บริษัทฯ กำหนดไว้ เว้นแต่พนักงานที่บริษัทฯ หรือผู้ที่บริษัทฯ มอบหมาย พิจารณาอนุมัติให้ไม่ต้องบันทึกเวลาทำงาน หรือให้บันทึกเวลาการทำงานเป็นอย่างอื่น
ในกรณีที่พนักงานมาปฏิบัติงานจริงตามกำหนดเวลา แต่ลืมบันทึกเวลาทำงาน ให้พนักงานแจ้งต่อผู้บังคับบัญชาและแผนกบุคคล โดยลงเวลาปฏิบัติงานจริง เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาลงลายมือชื่อยืนยันการมาทำงานกำกับในบันทึกเวลาทำงาน โดยบริษัทฯ จะไม่ถือว่าขาดงาน แต่จะถือว่าลืมบันทึกเวลา
3.4.2 การมาทำงานสาย และการออกจากสถานที่ทำงานไปก่อนเวลาเลิกงาน
• พนักงานที่เกรงว่าจะมาสายหรือมาทำงานช้ากว่าเวลาเข้างานที่กำหนด จะต้องติดต่อทางโทรศัพท์มายังผู้บังคับบัญชาก่อนเข้างานตามตารางการทำงาน หรือในกรณีที่พนักงานมาปฏิบัติงานสายและลืมบันทึกเวลาทำงาน ให้พนักงานแจ้งต่อผู้บังคับบัญชาและแผนกบุคคล โดยลงเวลาปฏิบัติงานจริง เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาลงลายมือชื่อยืนยันการมาทำงาน โดยบริษัทฯ จะไม่ถือว่าขาดงาน แต่จะถือว่ามาทำงานสาย
• การเลิกงานก่อนเวลาที่กำหนด พนักงานที่ประสงค์จะเลิกงานก่อนเวลาเลิกงาน จะต้องได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาล่วงหน้า โดยกรอกแบบฟอร์มขออนุญาตตามที่กำหนดไว้ทุกครั้ง
3.4.3 กรณีที่พนักงานละเลยหรือไม่ใส่ใจในการบันทึกเวลาทำงานของแต่ละวัน บริษัทฯ จะถือว่าเป็นการละทิ้งหน้าที่ และจะพิจารณาเป็นขาดงาน
3.4.4 การหยุดงานโดยไม่มีใบลา ถือว่าขาดงาน
4.1 การทำงานล่วงเวลาและการทำงานในวันหยุด
โดยปกติบริษัทฯ ไม่มีนโยบายที่จะให้พนักงานมาทำงานในวันหยุด ทั้งนี้เพื่อให้พนักงานได้มีเวลาพักผ่อนเต็มที่ แต่ในกรณีที่ลักษณะหรือสภาพของงานเป็นงานฉุกเฉิน ต้องทำงานติดต่อกันไป และถ้าหยุดจะเกิดความเสียหายแก่งาน บริษัทมีสิทธิให้พนักงานคนหนึ่งคนใดหรือหลายคนทำงานล่วงเวลา หรือให้มาทำงานในวันหยุดเท่าที่มีความจำเป็น
การทำงานล่วงเวลาหรือการทำงานในวันหยุดของพนักงานทุกครั้ง จะต้องได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชา
4.2 ค่าทำงานล่วงเวลา
4.2.1 วันทำงานปกติ เวลาที่ทำงานเกินเวลาทำงานปกติ จะได้รับค่าล่วงเวลาในอัตรา 1.5 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในเวลาทำงานปกติ (โดยไม่นำเวลาพักมาคิดคำนวณ)
4.2.2 วันหยุด เวลาที่ทำงานเกินเวลาปกติของวันหยุด จะได้รับค่าทำงานล่วงเวลาในวันหยุดในอัตรา 3 เท่าของอัตราค่าจ้างปกติต่อชั่วโมง (โดยไม่นำเวลาพักมาคิดคำนวณ)
4.3 ค่าทำงานในวันหยุด
4.3.1 พนักงานที่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด (เช่น วันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี และวันหยุดพักผ่อนประจำปี) หากบริษัทฯ ให้มาทำงานในวันหยุด พนักงานจะได้รับค่าทำงานในวันหยุดเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าของอัตราค่าจ้างปกติ ตามจำนวนชั่วโมงที่ทำงานในวันหยุด
4.3.2 พนักงานที่ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด (เช่น วันหยุดประจำสัปดาห์สำหรับพนักงานรายชั่วโมง รายวัน และตามผลงาน) หากบริษัทฯ ให้มาทำงานในวันหยุด พนักงานจะได้รับค่าทำงานในวันหยุดเป็น 2 เท่าของอัตราค่าจ้างปกติ ตามจำนวนชั่วโมงที่ทำงานในวันหยุด
4.4 การคำนวณอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง
เพื่อประโยชน์แก่การคำนวณค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด ในกรณีที่พนักงานได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือน อัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงาน หมายถึง ค่าจ้างรายเดือนหารด้วยผลคูณของสามสิบและจำนวนชั่วโมงทำงานในวันทำงานต่อวันโดยเฉลี่ย
5.1 การลาป่วย
5.1.1 พนักงานมีสิทธิลาป่วยปีละไม่เกิน 30 วันทำงาน
5.1.2 การลาป่วยลาได้เท่าที่ป่วยจริงโดยได้รับค่าจ้าง การลาป่วยตั้งแต่ 3 วันทำงานติดต่อกันขึ้นไปในแต่ละครั้ง จะต้องมีใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง หรือของสถานพยาบาลของทางราชการแนบไปกับใบลา ถ้าไม่อาจหาได้ให้ชี้แจงให้บริษัทฯ ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร ถ้าบริษัทฯ จัดแพทย์ไว้ให้แล้ว ให้แพทย์นั้นเป็นผู้ออกใบรับรอง เว้นแต่พนักงานไม่สามารถให้แพทย์นั้นตรวจได้
5.1.3 การลาป่วย ให้พนักงานแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบโดยเร็วที่สุด และยื่นใบลาในโอกาสแรกที่สามารถกระทำได้
5.1.4 การลาป่วยครั้งหนึ่งหากเกินกว่า 10 วันทำงาน ต้องให้กรรมการผู้จัดการหรือประธานกรรมการพิจารณาอนุญาต
5.1.5 ในกรณีลาเพื่อรักษาตัวให้หายจากการป่วยหรือบาดเจ็บอันเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ หรืออันเป็นผลเนื่องโดยตรงจากการปฏิบัติหน้าที่ พนักงานมีสิทธิลาตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด โดยได้รับค่าจ้าง แต่ไม่เกิน 1 ปี หากพนักงานเจ็บป่วยซึ่งไม่เกี่ยวกับการปฏิบัติงานในหน้าที่ และลาป่วยนานเกินกว่า 3 เดือน โดยมีผลกระทบต่อการทำงาน ทำให้งานมีประสิทธิภาพน้อยลง บริษัทฯ มีสิทธิพิจารณาเลิกจ้างเนื่องจากป่วยนาน ทั้งนี้บริษัทฯ จะพิจารณาจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงาน
5.2 การลากิจ
ในกรณีที่พนักงานมีความจำเป็นต้องปฏิบัติภารกิจส่วนตัว ซึ่งไม่สามารถมอบหมายให้ผู้อื่นทำแทนได้ และเป็นภารกิจจำเป็นที่พนักงานต้องทำด้วยตนเอง เช่น ติดต่อราชการ ธนาคาร เป็นต้น สามารถลากิจได้ตามที่ผู้บังคับบัญชาเห็นสมควร โดยได้รับค่าจ้างตามปกติ ดังนี้
5.2.1 ลากิจทั่วไป ปีละไม่เกิน 3 วันทำงาน โดยได้รับค่าจ้าง ส่วนที่เกิน 3 วันไม่ได้รับค่าจ้าง
5.2.2 ลากิจพิเศษ
(1) ลาเพื่อการสมรส
• พนักงานที่ได้รับการบรรจุเป็นพนักงานประจำของบริษัทฯ แล้ว มีสิทธิลากิจเพื่อการสมรสได้ 3 วันทำงาน โดยได้รับค่าจ้างตามปกติ ส่วนที่เกินกว่า 3 วันจะไม่ได้รับค่าจ้าง
• พนักงานต้องแนบหลักฐาน (บัตรเชิญร่วมงานสมรส) พร้อมใบลาหยุดงานต่อผู้บังคับบัญชาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน
(2) ลาเพื่อจัดพิธีฌาปนกิจศพ
• ในกรณีที่บิดา มารดา คู่สมรส พี่น้องร่วมบิดามารดา และบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย (ให้หมายรวมถึงบิดา มารดา และบุตรบุญธรรมที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายด้วย) ถึงแก่กรรม ให้มีสิทธิลาเพื่อจัดการงานศพได้ 3 วันทำงาน โดยได้รับค่าจ้างตามปกติ ส่วนที่เกินกว่า 3 วันจะไม่ได้รับค่าจ้าง
• พนักงานต้องแนบหลักฐาน (ใบมรณบัตร) พร้อมใบลาหยุดงานต่อผู้บังคับบัญชาทันทีที่ได้รับใบมรณบัตรจากทางราชการ
5.2.3 พนักงานที่ประสงค์จะขออนุญาตลากิจ ให้ยื่นใบลาต่อผู้บังคับบัญชาล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันทำงาน และต้องได้รับอนุญาตก่อน เว้นแต่กรณีจำเป็น ให้แจ้งการลาทางโทรศัพท์ไม่ช้ากว่าเที่ยงวันของวันแรกที่ลา หากไม่สามารถปฏิบัติได้ ให้ชี้แจงเหตุผลพร้อมยื่นใบลาทันทีที่กลับเข้าทำงาน
5.2.4 บริษัทฯ ไม่อนุญาตให้พนักงานลากิจติดต่อกันเกินกว่า 3 วันทำงานในแต่ละครั้ง ในกรณีที่มีความจำเป็น กรรมการผู้จัดการหรือประธานกรรมการอาจอนุญาตให้ลาเกินกว่าที่กำหนดได้ แต่รวมแล้วต้องไม่เกินปีละ 15 วัน
5.2.5 พนักงานที่ละเลยหรือไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องในเรื่องการลากิจ บริษัทฯ จะถือว่าพนักงานผู้นั้นขาดงาน
5.3 การลาคลอด
พนักงานหญิงซึ่งมีครรภ์ มีสิทธิลาคลอดก่อนและหลังคลอด ครรภ์หนึ่งไม่เกิน 120 วัน โดยนับรวมวันหยุดที่มีในระหว่างการลาด้วย บริษัทฯ จะจ่ายค่าจ้างให้ตามอัตราในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลาคลอด ไม่เกิน 60 วัน (วันลาคลอดบุตร บริษัทฯ จะไม่นับรวมกับการลาป่วย) และพนักงานจะได้รับเงินทดแทนการคลอดบุตรจากประกันสังคมอีก 60 วัน ทั้งนี้สามารถลาเพิ่มต่อเนื่องได้อีก 15 วัน (กรณีบุตรป่วย) โดยได้รับค่าจ้างร้อยละ 50 ของวันลา
ถ้าพนักงานหญิงมีครรภ์มีใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งมาแสดงว่าไม่อาจทำงานในหน้าที่เดิมได้ ให้มีสิทธิขอให้บริษัทฯ เปลี่ยนงานให้แก่พนักงานหญิงนั้นตามสมควร
พนักงานชายมีสิทธิลาไปช่วยเหลือภริยาที่คลอดบุตร โดยได้รับเงินเดือนระหว่างลาไม่เกิน 15 วันทำงาน โดยมีเงื่อนไขว่า หากเป็นการลาภายใน 30 วันแรกนับแต่วันที่ภริยาคลอดบุตร จะมีสิทธิได้รับเงินเดือนในระหว่างลา แต่ถ้าเป็นการลาภายหลังจากพ้น 30 วันแรกนับแต่วันที่ภริยาคลอดบุตร จะมีสิทธิได้รับเงินเดือนในระหว่างลาหรือไม่ ให้เป็นไปตามที่ผู้รับมอบอำนาจจากกรรมการบริษัทฯ พิจารณาเห็นสมควร
5.4 การลาเนื่องจากประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน
การลาเนื่องจากประสบอันตราย หรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน หรือลาคลอดบุตร ไม่ถือว่าเป็น “วันลาป่วย”
5.5 การลาเพื่อรับราชการทหาร
ในกรณีที่พนักงานถูกเรียกตัวเพื่อรับการตรวจคัดเลือกเข้ารับราชการทหาร ในการเรียกพลเพื่อตรวจสอบ เพื่อฝึกวิชาทหาร หรือเพื่อทดลองความพรั่งพร้อมตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร พนักงานต้องรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบโดยเร็ว พร้อมทั้งแสดงหลักฐาน นับตั้งแต่ได้รับหมายเรียกเป็นต้นไป บริษัทฯ จะจ่ายค่าจ้างเท่ากับวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ไม่เกิน 60 วันทำงาน (ยกเว้นการเกณฑ์ทหาร)
หากพนักงานผู้นั้นถูกเกณฑ์เข้ารับราชการทหาร พนักงานจะต้องแจ้งให้บริษัทฯ ทราบภายใน 3 วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับหมายเรียก และให้ถือว่าพนักงานผู้นั้นได้ลาออกจากการเป็นพนักงานบริษัทฯ โดยสมัครใจ
5.6 การลาเพื่อทำหมัน
พนักงานมีสิทธิลาเพื่อทำหมัน และมีสิทธิลาเนื่องจากการทำหมันตามระยะเวลาที่แพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งกำหนดและออกใบรับรองให้ โดยได้รับค่าจ้างตามระยะเวลาที่ลา หากไม่มีหลักฐานดังกล่าว บริษัทฯ จะถือว่าพนักงานผู้นั้นขาดงาน
5.7 การลาเพื่อฝึกอบรมหรือพัฒนาความรู้ความสามารถ
พนักงานมีสิทธิลาเพื่อฝึกอบรมหรือพัฒนาความรู้ความสามารถได้ โดยได้รับค่าจ้างเฉพาะความรู้ที่สอดคล้องกับงานประจำที่รับผิดชอบหรือตามสภาพการจ้าง พนักงานที่มีสิทธิลาจะต้องเป็นพนักงานที่ผ่านการทดลองงานแล้ว
พนักงานต้องยื่นใบลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาอนุมัติ โดยระบุเหตุที่ลาโดยชัดแจ้ง รวมทั้งมีเอกสารประกอบการขออนุมัติ เช่น หนังสือตอบรับการเข้าฝึกอบรม รายละเอียดหลักสูตร ฯลฯ ทั้งนี้บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิไม่อนุญาตให้พนักงานลา ในกรณีที่เคยได้รับอนุญาตให้ลาเพื่อการฝึกอบรมหรือพัฒนาความรู้ความสามารถมาแล้วในปีนั้น 30 วัน หรือ 3 ครั้ง หรือการลานั้นอาจเกิดความเสียหายหรือกระทบต่อการประกอบธุรกิจของบริษัทฯ
5.8 การไม่มาปฏิบัติงานโดยไม่แจ้ง
พนักงานที่ไม่มาปฏิบัติงานโดยไม่ได้แจ้งให้ผู้บังคับบัญชาหรือบริษัทฯ ทราบตามระเบียบ รวมถึงพนักงานที่ลางานแต่ไม่เขียนใบลาตามแบบที่บริษัทกำหนด บริษัทถือว่าขาดงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง
ในการทำงานร่วมกันจำเป็นต้องมีระเบียบวินัยในการทำงาน เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในการทำงาน บริษัทฯ จึงถือกฎและระเบียบข้อบังคับทางวินัยต่าง ๆ ของพนักงานเป็นสิ่งสำคัญ และเพื่อความเป็นธรรมต่อการพิจารณาลงโทษทางวินัย บริษัทฯ จึงกำหนดลักษณะการลงโทษทางวินัย โดยพิจารณาและลงโทษตามความหนักเบาของความผิด
หน้าที่และวินัยของพนักงาน
เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกัน พนักงานจะต้องปฏิบัติตามระเบียบดังต่อไปนี้
(1) พนักงานต้องปฏิบัติหน้าที่ของตนเองตามคำแนะนำและคำสั่งของผู้บังคับบัญชา รวมทั้งปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ ต้องรักษาระเบียบวินัยของสถานที่ทำงาน และให้ความร่วมมืออันดีระหว่างพนักงานด้วยกัน
(2) พนักงานจะต้องแต่งกายเรียบร้อยและสุภาพ พนักงานที่บริษัทฯ ให้เครื่องแต่งกายสำหรับทำงานจะต้องสวมใส่ทำงานทุกวัน และให้พนักงานสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (PPE) ที่เหมาะสม ได้แก่ ถุงมือ หมวก รองเท้านิรภัย ที่อุดหู เป็นต้น
(3) พนักงานต้องเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา และปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับและกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ของบริษัทฯ ที่กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
(4) พนักงานต้องเข้าทำงานและเลิกงานตรงตามเวลาที่บริษัทกำหนด
(5) พนักงานต้องไม่มาทำงานสาย ไม่กลับก่อนเวลา ไม่ละทิ้งหน้าที่ ไม่ขาดงานหรือหยุดงานโดยไม่มีเหตุอันสมควร
(6) พนักงานต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ขยันหมั่นเพียร เสียสละ อดทน และมีความตั้งใจจริง ไม่จงใจหรือเจตนาปฏิบัติงานให้ล่าช้า
(7) พนักงานต้องไม่ละทิ้งงานในหน้าที่ของตนเองในระหว่างชั่วโมงการทำงาน เว้นแต่ไปจัดการธุระให้แก่บริษัทฯ โดยได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาตามสายงาน
(8) พนักงานต้องไม่รับประทานอาหารในเวลาทำงานและในบริเวณที่ปฏิบัติงาน
(9) พนักงานต้องไม่กระทำการขูด ขีด ลบ ต่อเติม แก้ไข เคลื่อนย้าย หรือทำลายประกาศ คำสั่ง หรือเอกสารอื่น ๆ ตลอดจนทรัพย์สินต่าง ๆ ของบริษัท
(10) พนักงานต้องไม่เปิดเผยความลับของบริษัทฯ และต้องไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับค่าจ้างของตนเองหรือของผู้อื่นให้พนักงานผู้ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องทราบ
(11) พนักงานต้องไม่กระทำการใด ๆ ที่จะก่อให้เกิดผลเสียหายต่อชื่อเสียงของบริษัท และต้องไม่ใช้อำนาจหน้าที่ในตำแหน่งแสวงหาผลประโยชน์เพื่อตนเองและผู้อื่น
(12) พนักงานต้องดูแลรักษาทรัพย์สิน อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ของบริษัทฯ และจะต้องแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบเมื่อเครื่องมือหรืออุปกรณ์ชำรุดเสียหายหรือสูญหาย
(13) พนักงานต้องไม่นำสิ่งของ เครื่องมือเครื่องใช้ หรือผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว หรือใช้เพื่อการอื่นซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับกิจการของบริษัทฯ โดยไม่ได้รับอนุญาต
(14) พนักงานต้องไม่แสดงกิริยาหรือใช้วาจาไม่สุภาพ หรือขีดเขียนข้อความหยาบคาย สบประมาท ดูหมิ่น เหยียดหยามผู้บังคับบัญชา หรือล่วงเกินพนักงานด้วยกัน หรือบุคคลใด ๆ ที่มาติดต่อ หรือก่อวิวาททำร้ายร่างกายพนักงานด้วยกันหรือบุคคลใด ๆ ในบริเวณและสถานที่ทำการของบริษัทฯ ห้ามนินทาว่ากล่าวหรือใส่ร้ายผู้อื่น หรือก่อให้เกิดการแตกแยกความสามัคคีในระหว่างพนักงานด้วยกัน
(15) พนักงานต้องไม่ทะเลาะวิวาท หรือใช้กำลังประทุษร้ายซึ่งกันและกันในบริเวณบริษัท ความในข้อนี้หมายความรวมถึงสถานที่อื่น เมื่อบริษัทฯ จัดงานหรือมีงานนอกสถานที่ หรือในขณะทำงานนอกสถานที่ ทั้งในเวลาทำงานและนอกเวลาทำงาน
(16) พนักงานต้องไม่นำเข้า ใช้ เสพ ดื่ม หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งอาวุธ ยาเสพติด สุรา สิ่งมึนเมา หรือสิ่งผิดกฎหมายทุกชนิดภายในบริเวณบริษัทฯ
(17) พนักงานต้องไม่นำบุคคลภายนอกเข้ามาในบริเวณบริษัทฯ
(18) พนักงานมีหน้าที่ช่วยกันรักษาความสะอาด ไม่ทิ้งสิ่งของหรือสิ่งปฏิกูลใด ๆ นอกภาชนะที่บริษัทฯ จัดไว้ รวมทั้งดูแลบำรุงรักษาเครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ ในการทำงานให้อยู่ในสภาพที่เป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่เสมอ
(19) พนักงานต้องไม่สูบบุหรี่ หรือก่อให้เกิดประกายไฟในสถานที่ซึ่งเก็บวัตถุไวไฟหรือวัตถุซึ่งเป็นเชื้อเพลิงภายในบริเวณบริษัทฯ หรือขณะปฏิบัติหน้าที่ ยกเว้นสถานที่ซึ่งจัดไว้ให้
(20) ห้ามพนักงานพูดจาหยอกล้อ เล่น พูดจายั่วยวน ส่งเสียงดังรบกวน หรือกระทำการใด ๆ รบกวนพนักงานอื่นในเวลาปฏิบัติงาน เช่น เปิดเพลงเสียงดัง และห้ามหยอกล้อหรือกลั่นแกล้งเพื่อนร่วมงานจนทำให้ได้รับบาดเจ็บหรือเกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม
(21) พนักงานต้องปฏิบัติตามคำสั่ง เมื่อบริษัทฯ มีคำสั่งให้โยกย้ายพนักงานไปประจำหน่วยงานใด ไม่ว่าจะเป็นการชั่วคราวหรือเป็นการถาวร
(22) พนักงานต้องศึกษาและทำความเข้าใจวิธีการใช้ และคำแนะนำด้านความปลอดภัยของทรัพย์สินของบริษัทฯ ก่อนที่จะใช้เสมอ
(23) พนักงานต้องไม่ขัดขวาง หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการขัดขวางการปฏิบัติงานของผู้มีอำนาจหน้าที่
(24) ห้ามดำเนินการหรือกระทำการใด ๆ ในทางที่ขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดี อันอาจมีผลให้บริษัทฯ ได้รับความเสียหาย
(25) ห้ามเล่นการพนันทุกชนิดในบริเวณบริษัทฯ
(26) ห้ามหลับในระหว่างเวลาทำงาน
(27) ห้ามมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวระหว่างพนักงานด้วยกัน หรือระหว่างพนักงานกับหัวหน้างาน
(28) พนักงานต้องไม่แจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อบริษัทฯ ผู้บังคับบัญชา หรือฝ่ายบริหาร
(29) พนักงานหญิงหากตั้งครรภ์ ให้แจ้งต่อผู้บังคับบัญชาเป็นลายลักษณ์อักษร
(30) พนักงานต้องไม่จัดประชุมหรือนัดประชุมภายในบริษัทฯ หรือหน้าบริเวณบริษัทฯ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากบริษัทฯ
(31) พนักงานต้องไม่เข้าร่วมการหยุดงานที่ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ ประกาศ คำสั่ง หรือกฎหมาย
การลงโทษทางวินัย
หากพนักงานประพฤติผิดวินัย วิธีการที่ผู้บังคับบัญชาควรปฏิบัติ คือ หาข้อเท็จจริงและเปิดโอกาสให้พนักงานแถลงข้อเท็จจริง เพื่อหาทางปรับปรุงแก้ไข โดยวิธีการลงโทษที่จะนำมาใช้ควรเป็นวิธีที่ช่วยให้พนักงานได้ปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้บังคับบัญชาเป็นคราว ๆ ไปแล้วแต่กรณี การลงโทษอาจกระทำได้ดังนี้
1. ตักเตือนด้วยวาจา โดยบันทึกเป็นหนังสือไว้เป็นหลักฐาน
2. ตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร (หนังสือตักเตือนมีอายุ 1 ปี นับแต่วันที่พนักงานกระทำความผิด)
3. พักงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง มีกำหนดไม่เกิน 7 วัน (การพักงานในระหว่างการสอบสวนไม่ถือเป็นการพักงานเพื่อการลงโทษ)
4. เลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย
หลักเกณฑ์การพิจารณาลงโทษทางวินัย
1. การลงโทษโดยการตักเตือนด้วยวาจา
ผู้มีอำนาจลงโทษมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาดังนี้
(1) การผิดวินัยนั้นยังไม่ก่อให้เกิดผลเสียหายใด ๆ ต่อบริษัทฯ
(2) พนักงานผู้กระทำผิดวินัยไม่เคยกระทำผิดวินัยในเรื่องเดียวกันมาก่อน
(3) พนักงานรู้สึกสำนึกว่าตนได้กระทำผิดวินัย และยืนยันว่าจะไม่กระทำผิดอีก
ถ้าการฝ่าฝืนวินัยใด ๆ มีพฤติกรรมหรือผลลัพธ์แตกต่างจากหลักเกณฑ์ทั้ง 3 ข้อนี้ไม่ว่าข้อใดข้อหนึ่ง ผู้มีอำนาจพิจารณาลงโทษจะพิจารณาลงโทษตามบทลงโทษอื่น ๆ การลงโทษด้วยการตักเตือนด้วยวาจานั้น เมื่อผู้บังคับบัญชาได้ทำการลงโทษไปแล้ว ให้ทำบันทึกรายละเอียดของพฤติกรรม เวลา สถานที่ บุคคลที่เกี่ยวข้อง และรายละเอียดอื่น ๆ อันเกี่ยวกับการกระทำความผิดของพนักงาน แล้วส่งไปยังฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลโดยเร็วที่สุด
2. การลงโทษโดยการตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร
ผู้มีอำนาจลงโทษมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาโทษดังนี้
(1) ผู้พิจารณาลงโทษเห็นว่าการลงโทษโดยการตักเตือนด้วยวาจาไม่ประสบผล
(2) ปรากฏเจตนาในการกระทำผิดวินัยอย่างชัดแจ้ง หรือทำผิดวินัยซ้ำในเรื่องเดิมอีกภายในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน และยังอยู่ในเวลาตามกำหนดของการลงโทษ
(3) ความผิดดังกล่าวยังไม่ก่อให้เกิดผลเสียหายโดยตรงต่อบริษัทฯ แต่ก่อให้เกิดความรำคาญกับผู้เกี่ยวข้อง
3. การลงโทษโดยการพักงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง
(1) ปรากฏเจตนาในการกระทำผิดวินัยอย่างชัดแจ้ง
(2) กระทำผิดวินัยซ้ำในเรื่องเดิมบ่อย ๆ ภายในระยะเวลา 1 ปี และยังอยู่ในเวลาตามกำหนดของการลงโทษ
(3) ความผิดดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายต่อบริษัทฯ ไม่ว่าจะเป็นด้านชื่อเสียงหรือทรัพย์สินก็ตาม
4. การลงโทษด้วยการเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย
(1) พนักงานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่บริษัทฯ
(2) พนักงานจงใจกระทำให้บริษัทฯ ได้รับความเสียหาย เช่น เข้าไปมีส่วนร่วมในการดำเนินการไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมกับผู้ประกอบการอื่นใดที่มีลักษณะเป็นการแข่งขันกับบริษัทฯ
(3) พนักงานกระทำการประมาทเลินเล่อ เป็นเหตุให้บริษัทฯ ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง
(4) พนักงานฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน หรือระเบียบ หรือคำสั่งของบริษัทฯ อันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม และบริษัทฯ โดยผู้บังคับบัญชาได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว (กรณีร้ายแรงบริษัทฯ ไม่จำเป็นต้องตักเตือน) และหนังสือเตือนดังกล่าวยังคงอยู่ในระยะเวลา 1 ปี (12 เดือน) นับตั้งแต่วันที่พนักงานได้กระทำผิด
(5) พนักงานละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 7 วันทำงานติดต่อกัน ไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ก็ตาม โดยไม่มีเหตุอันสมควร
(6) พนักงานได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ และต้องเป็นเหตุทำให้บริษัทฯ ได้รับความเสียหาย
ผู้มีอำนาจพิจารณาและดำเนินการลงโทษทางวินัย
การพักงานเพื่อการสอบสวน
บริษัทฯ มีสิทธิสั่งพักงานพนักงานเพื่อการสอบสวน กรณีที่พนักงานถูกกล่าวหาว่ามีความผิด โดย
(1) ระยะเวลาการพักงานไม่เกิน 7 วัน (การพักงานเพื่อการสอบสวนไม่ถือเป็นการลงโทษ)
(2) บริษัทฯ จะแจ้งให้พนักงานทราบล่วงหน้าก่อนการพักงาน
(3) ระหว่างพักงาน บริษัทฯ จะจ่ายเงินให้แก่พนักงานไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของค่าจ้างในวันทำงานที่พนักงานได้รับก่อนถูกสั่งพักงาน
(4) เมื่อการสอบสวนเสร็จสิ้น หากปรากฏว่าพนักงานไม่ได้กระทำผิด บริษัทฯ จะจ่ายค่าจ้างให้เท่ากับค่าจ้างในวันทำงานนับแต่วันที่ถูกสั่งพักงาน โดยนำเงินที่จ่ายไปแล้วระหว่างพักงานมาหักออก
ความหมายของการร้องทุกข์
การร้องทุกข์ หมายถึง กรณีที่พนักงานมีความไม่พอใจหรือมีความทุกข์อันเกิดขึ้นเนื่องจากการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสภาพการทำงาน สภาพการจ้าง การบังคับบัญชา การสั่งหรือมอบหมายงาน การจ่ายค่าตอบแทนในการทำงานหรือประโยชน์อื่น หรือการปฏิบัติใดที่ไม่เหมาะสมระหว่างบริษัทฯ หรือผู้บังคับบัญชาต่อพนักงาน หรือระหว่างพนักงานด้วยกัน และพนักงานได้เสนอความไม่พอใจหรือความทุกข์นั้นต่อบริษัทฯ เพื่อให้บริษัทฯ ได้ดำเนินการแก้ไขหรือยุติเหตุการณ์ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่างบริษัทฯ และพนักงาน และเพื่อให้พนักงานทำงานด้วยความสุข
1. วิธีการและขั้นตอนการร้องทุกข์
การร้องทุกข์จะกระทำด้วยวาจาหรือลายลักษณ์อักษรก็ได้ พนักงานควรปรึกษาหารือข้อข้องใจกับผู้บังคับบัญชาชั้นต้นเพื่อหาทางตกลงก่อน หากการปรึกษาหารือนั้นไร้ผล จึงยื่นเรื่องราวร้องทุกข์
การยื่นเรื่องราวร้องทุกข์ทำได้เฉพาะเรื่องของตนเองเท่านั้น ห้ามมิให้ยื่นเรื่องราวร้องทุกข์แทนบุคคลอื่นหรือในนามบุคคลอื่น นอกจากนี้หนังสือร้องทุกข์ที่ลงลายมือชื่อร่วมกัน หรือทำเป็นบัตรสนเท่ห์ไม่ระบุชื่อผู้ร้อง จะไม่ได้รับการพิจารณา พนักงานอาจยื่นเรื่องราวร้องทุกข์เป็นลายลักษณ์อักษรตามลำดับขั้น ดังนี้
1. ผู้บังคับบัญชาชั้นต้น
2. ผู้จัดการฝ่าย
3. ผู้อำนวยการสายงาน
4. ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ
5. กรรมการผู้จัดการ
การร้องทุกข์ด้วยลายลักษณ์อักษร บริษัทฯ จะไม่พิจารณาเรื่องราวร้องทุกข์ที่มิได้ลงชื่อจริงของผู้ร้องทุกข์ ผู้บังคับบัญชาจะแจ้งผลการพิจารณาข้อร้องทุกข์ให้พนักงานผู้ร้องทุกข์ทราบโดยเร็ว
2. การสอบสวนและพิจารณาข้อร้องทุกข์
ให้ผู้รับคำร้องทุกข์สอบสวนและพิจารณาข้อร้องทุกข์ และแก้ไขปัญหาตามขั้นตอนความรับผิดชอบของตนโดยเร็ว ถ้าเป็นเรื่องที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเองได้ ให้รายงานต่อผู้บังคับบัญชา ให้ผู้มีอำนาจในการวินิจฉัยข้อร้องทุกข์พิจารณาแก้ไขปัญหาด้วยความยุติธรรม เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันระหว่างพนักงานกับบริษัทฯ
3. กระบวนการยุติข้อร้องทุกข์
ถ้าผู้ร้องทุกข์ไม่พอใจผลการพิจารณา อาจอุทธรณ์ได้โดยยื่นคำอุทธรณ์ต่อกรรมการผู้จัดการ คำตัดสินของกรรมการผู้จัดการถือเป็นที่สิ้นสุด ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องถือปฏิบัติตาม
4. ความคุ้มครองผู้ร้องทุกข์และผู้เกี่ยวข้อง
พนักงานผู้ร้องทุกข์และผู้เกี่ยวข้องจะไม่ถูกดำเนินการทางวินัยเนื่องจากการร้องทุกข์ เว้นแต่ข้อร้องทุกข์เป็นความเท็จ หรือผู้ร้องทุกข์หรือผู้เกี่ยวข้องกระทำผิดวินัยด้วยตนเอง
การเสนอความคิดเห็น
บริษัทฯ ถือว่าพนักงานทุกคนเป็นกำลังสำคัญ และมีส่วนช่วยเสริมสร้างความเจริญให้แก่บริษัทฯ บริษัทฯ เห็นสมควรให้พนักงานทุกคนทุกระดับได้มีส่วนในการเสนอความคิดเห็นต่อบริษัทฯ ในปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวกับการปรับปรุงแก้ไขการดำเนินงาน เพื่อให้เกิดผลดีต่อกิจการของบริษัทฯ จึงวางหลักการไว้ดังนี้
1. พนักงานผู้ใดมีความคิดเห็นอันอาจเป็นประโยชน์ต่อบริษัทฯ ไม่ว่าจะเกี่ยวกับกิจการและการดำเนินงานของบริษัทฯ หรือเกี่ยวกับพนักงานเอง ขอให้จัดทำข้อเสนอเป็นหนังสือส่งผู้จัดการฝ่าย โดยแจ้งชื่อให้ชัดเจนและระบุหน่วยงานที่ตนปฏิบัติงานอยู่ด้วย ในการนี้บริษัทฯ จะปกปิดชื่อผู้เสนอเป็นความลับที่สุด
2. บริษัทฯ จะไม่พิจารณาข้อเสนอความคิดเห็นที่ไม่ได้แจ้งชื่อจริง พร้อมทั้งลายมือชื่อของผู้เสนอ
3. ข้อเสนอความคิดเห็นของพนักงานผู้ใดที่เป็นประโยชน์ต่อบริษัทฯ บริษัทฯ อาจพิจารณาความดีความชอบตอบแทนให้แก่พนักงานผู้นั้น
1. การเลิกจ้างและการพ้นสภาพการเป็นพนักงาน
การเลิกจ้างและการพ้นสภาพการเป็นพนักงานจะมีขึ้นในกรณีต่อไปนี้
1.1 ตาย
1.2 ลาออก ให้พนักงานยื่นใบลาออกต่อผู้บังคับบัญชาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน แต่ในกรณีที่บริษัทฯ เห็นเป็นการสมควร อาจอนุญาตให้พนักงานลาออกก่อนกำหนดระยะเวลาดังกล่าวก็ได้
ในกรณีที่สัญญาจ้างไม่มีกำหนดระยะเวลา บริษัทฯ หรือพนักงานอาจบอกเลิกสัญญาจ้าง โดยบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นหนังสือให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบ ในเมื่อถึงหรือก่อนจะถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวหนึ่งคราวใด เพื่อให้เป็นผลเลิกสัญญากันเมื่อถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไปข้างหน้าก็ได้ แต่ไม่จำเป็นต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเกินสามเดือน
1.3 เลิกจ้างในระหว่างทดลองงาน
1.4 เลิกจ้างเพราะเหตุผิดวินัย
1.5 เลิกจ้างในกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้ จะได้รับค่าชดเชย
(1) เลิกจ้างเนื่องจากคนล้นงาน โดยปรากฏว่ามีคนมากกว่างานและทำให้บริษัทฯ เกิดความสูญเปล่า หรือกรณีที่บริษัทฯ เห็นว่ามีความจำเป็นต้องยุบหน่วยงานนั้น
(2) เลิกจ้างเนื่องจากสุขภาพของพนักงานไม่เหมาะสม เมื่อพนักงานลาป่วยเกิน 30 วันทำงานในรอบปี ยกเว้นการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นเนื่องจากการทำงาน
(3) เลิกจ้างเนื่องจากผลงานไม่เป็นที่พอใจ หรือไม่อยู่ในมาตรฐานของบริษัทฯ
(4) เลิกจ้างเนื่องจากมีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ หรือขาดคุณสมบัติของพนักงาน
(5) เลิกจ้างเนื่องจากพนักงานมีสุขภาพไม่สมบูรณ์ หรือหย่อนความสามารถ
(6) เกษียณอายุ 55 ปี (นับตามบัตรประชาชน)
(7) พนักงานที่แพทย์ลงความเห็นว่ามีภาวะสุขภาพที่ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติงานในหน้าที่ได้ตามปกติ
2. ค่าชดเชย
2.1 พนักงานที่ถูกเลิกจ้างในกรณีดังต่อไปนี้ จะไม่ได้รับค่าชดเชย
1. พนักงานที่ถูกเลิกจ้างเพราะการลงโทษทางวินัยตามความในหมวดที่ 6 ของข้อบังคับนี้
2. พนักงานที่ถูกเลิกจ้างในระหว่างทดลองงาน
3. การจ้างที่มีกำหนดระยะเวลา ซึ่งจะกระทำได้สำหรับการจ้างงานในโครงการเฉพาะที่มิใช่งานปกติของธุรกิจหรือการค้าของบริษัทฯ ซึ่งต้องมีระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดของงานที่แน่นอน หรือในงานอันมีลักษณะเป็นครั้งคราวที่มีกำหนดการสิ้นสุดหรือความสำเร็จของงาน หรือในงานที่เป็นไปตามฤดูกาลและได้จ้างในช่วงเวลาของฤดูกาลนั้น ซึ่งงานนั้นจะต้องแล้วเสร็จภายในเวลาไม่เกิน 2 ปี โดยบริษัทฯ และพนักงานได้ทำสัญญาเป็นหนังสือไว้ตั้งแต่เมื่อเริ่มจ้าง
2.2 พนักงานที่ถูกเลิกจ้างซึ่งจะได้รับค่าชดเชย
การเลิกจ้างเมื่อหมดงานหรือกรณีอื่น ๆ หากบริษัทฯ จำเป็นต้องเลิกจ้างพนักงานเนื่องจากงานสิ้นสุดลง หรือด้วยความจำเป็นอื่น ๆ ที่มิใช่ความผิดของพนักงาน บริษัทฯ จะจ่ายค่าชดเชยดังนี้ (ระยะเวลาทำงานนับรวมวันหยุด วันลา และวันที่บริษัทฯ สั่งให้หยุดงาน)
2.3 การเลิกจ้างเพราะเหตุที่บริษัทฯ ปรับปรุงหน่วยงานหรือการบริการ
กรณีบริษัทฯ ปรับปรุงหน่วยงานหรือการบริการ อันเนื่องจากการนำเครื่องจักรมาใช้ หรือเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรหรือเทคโนโลยี ซึ่งเป็นเหตุให้ต้องลดจำนวนพนักงาน บริษัทฯ จะแจ้งวันที่จะเลิกจ้างและรายชื่อพนักงานให้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วัน
ในกรณีที่บริษัทฯ ไม่สามารถแจ้งได้ หรือแจ้งการเลิกจ้างน้อยกว่า 60 วัน บริษัทฯ จะจ่ายค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า เท่ากับเงินเดือนอัตราสุดท้าย 60 วัน
อนึ่ง บริษัทฯ จะจ่ายค่าชดเชยพิเศษเพิ่มจากค่าชดเชย ในกรณีที่พนักงานทำงานติดต่อกันเกิน 6 ปีขึ้นไป โดยจ่ายไม่น้อยกว่าเงินเดือนอัตราสุดท้าย 15 วันต่อการทำงานครบ 1 ปี ทั้งนี้ค่าชดเชยพิเศษดังกล่าวจะไม่เกินเงินเดือนอัตราสุดท้าย 360 วัน กรณีระยะเวลาทำงานไม่ครบ 1 ปี ถ้าเศษของระยะเวลาทำงานมากกว่า 180 วัน ให้นับเป็นการทำงานครบ 1 ปี
2.4 การเลิกจ้างเพราะการย้ายสถานประกอบกิจการไปตั้ง ณ สถานที่อื่น
บริษัทฯ จะแจ้งให้พนักงานทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนวันย้ายสถานประกอบกิจการ ในกรณีที่บริษัทฯ ไม่สามารถแจ้งได้ หรือแจ้งการย้ายสถานประกอบกิจการน้อยกว่า 30 วัน จะจ่ายค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเท่ากับเงินเดือนอัตราสุดท้าย 30 วัน
หากพนักงานไม่ประสงค์จะไปทำงานด้วย พนักงานมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ โดยมีสิทธิได้รับค่าชดเชยพิเศษไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของอัตราค่าชดเชยที่พนักงานมีสิทธิได้รับตามข้อ 2.2 และพนักงานมีสิทธิยื่นคำขอให้คณะกรรมการสวัสดิการแรงงานพิจารณาภายใน 30 วันนับแต่วันที่บริษัทฯ ย้ายสถานประกอบกิจการ ว่าเป็นกรณีที่บริษัทฯ ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า หรือพนักงานมีสิทธิบอกเลิกสัญญาจ้างโดยมีสิทธิได้รับค่าชดเชยหรือไม่ แล้วแต่กรณี
1. พนักงานต้องปฏิบัติตามและปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ด้วยจิตสำนึกถึงความปลอดภัยทั้งของตนเองและผู้อื่น ตลอดจนผู้ร่วมงานเป็นสำคัญ
2. พนักงานจะต้องสวมรองเท้าหุ้มส้นตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน แต่งกายด้วยชุดปฏิบัติงานที่เรียบร้อย ไม่ขาดรุ่งริ่ง ใช้และสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (PPE) ที่เหมาะสม ได้แก่ ถุงมือ หมวก รองเท้านิรภัย ที่อุดหู เป็นต้น
3. พนักงานต้องช่วยกันรักษาความสะอาดในบริเวณที่ปฏิบัติงานให้เป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่ตลอดเวลา
4. ก่อนเริ่มปฏิบัติงานและภายหลังเลิกปฏิบัติงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย พนักงานจะต้องตรวจเช็กความเรียบร้อยและความพร้อมของเครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องใช้ หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ทุกครั้ง หากพบว่าอุปกรณ์ใดชำรุดเสียหาย พนักงานจะต้องแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบทันที
5. หัวหน้างานทุกระดับชั้นมีหน้าที่ควบคุมดูแลความปลอดภัย อีกทั้งแนะนำ ฝึกสอน และปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา
6. พนักงานต้องไม่นำบุคคลภายนอกเข้ามาในบริเวณบริษัทฯ
7. พนักงานต้องไม่เสพสิ่งเสพติด สุรา หรือสิ่งมึนเมาระหว่างทำงาน หรือทำงานในสภาพมึนเมา และต้องไม่สูบบุหรี่หรือก่อให้เกิดประกายไฟในสถานที่ซึ่งเก็บวัตถุไวไฟหรือวัตถุซึ่งเป็นเชื้อเพลิงภายในบริเวณบริษัทฯ หรือขณะปฏิบัติหน้าที่ ยกเว้นสถานที่ซึ่งจัดไว้ให้
8. ห้ามพนักงานพูดจาหยอกล้อ เล่น พูดจายั่วยวน ส่งเสียงดังรบกวน หรือกระทำการใด ๆ รบกวนพนักงานอื่นในเวลาปฏิบัติงาน เช่น เปิดเพลงเสียงดัง และห้ามหยอกล้อหรือกลั่นแกล้งเพื่อนร่วมงานจนทำให้ได้รับบาดเจ็บหรือเกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม
9. พนักงานต้องไม่ทะเลาะวิวาท หรือใช้กำลังประทุษร้ายซึ่งกันและกันในบริเวณบริษัท ความในข้อนี้หมายความรวมถึงสถานที่อื่น เมื่อบริษัทฯ จัดงานหรือมีงานนอกสถานที่ หรือในขณะทำงานนอกสถานที่ ทั้งในเวลาทำงานและนอกเวลาทำงาน
10. ห้ามเล่นการพนันทุกชนิดในบริเวณบริษัทฯ
11. ห้ามใช้โทรศัพท์ขณะปฏิบัติงาน เช่น คุยโทรศัพท์ หรือวิดีโอคอลกับบุคคลภายนอก ยกเว้นใช้เพื่อแปลภาษา
12. ให้ปฏิบัติตามป้ายความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด และเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา
1. ระเบียบและข้อบังคับนี้ใช้บังคับแก่พนักงานทุกคน
2. ในกรณีที่ข้อความใดในข้อบังคับนี้ขัดต่อกฎหมายแรงงานหรือกฎหมายอื่นใด ให้แก้ไขข้อความนั้นให้เป็นไปตามกฎหมายแรงงานหรือกฎหมายอื่นนั้น โดยไม่กระทบกระเทือนต่อส่วนอื่นของข้อบังคับนี้แต่ประการใด การแก้ไขเช่นว่านี้ให้มีผลใช้บังคับในวันเดียวกับวันที่กฎหมายนั้นเริ่มบังคับใช้
3. ระเบียบและข้อบังคับสำหรับพนักงานฉบับนี้ ให้มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2569
ประกาศ ณ วันที่ 2 มกราคม 2569
Huang Jia Li
กรรมการผู้จัดการ
TONGDA OPTICAL CO.,LTD.
工作规章制度
通达光学
自2026年1月2日起生效
地址 泰国北榄府挽讪通县挽讪通区第15村88/117-118号,邮编10570
电话 02-136-2674
经营范围 生产、销售眼镜、光学玻璃及眼镜配件、太阳镜镜片、阅读镜片及各类视力矫正镜片
目录
如目录页码未显示,请右键单击目录,选择“更新域”。
前言
本工作规章制度旨在使员工了解与工作相关的规章制度、雇佣规定、员工的工作要求,以及员工与公司之间相互的权利、利益和义务,公司提供的各项福利,并明确员工遵守规定的奖励与违反规定的处罚,以便员工正确理解并遵照执行。
公司特此公告全体员工知悉,并按统一标准严格遵守,以维护员工自身利益及集体的良好秩序。
公司希望全体员工积极配合,认真遵守本工作规章制度。
目的
为使公司的运营井然有序,符合既定的目标与宗旨,公司特制定本工作规章制度,使公司员工知悉并遵循统一的行为准则。
以此增进和维护员工与上级主管之间、员工与公司之间以及员工相互之间的良好理解、团结与和谐关系,从而实现良好的秩序和高效、愉快的团队协作。
为符合公司的管理方针及泰国《劳动保护法》(佛历2541年)的规定,公司认为有必要制定员工工作规章,特颁布本规章如下。
本规章称为“公司员工工作规章”。公司可根据经济形势或经营管理的需要,或为符合法律规定,对本工作规章进行修改、变更或补充,但须依照泰国《劳资关系法》(佛历2518年)的规定执行。
本规章用语定义
“公司” 指通达光学(TONGDA OPTICAL CO.,LTD.),包括有权代表公司行事的人员,以及经有权代表公司行事的人员授权代为行事的人员。
“员工” 指受公司雇用、经任命担任职务并履行所分配职责的人员,包括处于试用期的员工及有固定雇佣期限的员工,但本规章另有规定的除外。
“上级主管” 指经公司任命担任某一部门负责人的员工,负责工作执行、管理员工,并监督工作按照公司规章制度进行。
“工资” 指基本工资,不包括公司与员工约定作为劳动合同工作报酬而支付的其他任何款项。
“年” 指自然年,但该条款另有规定的除外。
2.1 公司员工
公司员工分为以下3类:
2.1.1 公司在公司办公地点长期雇用的正式员工。
2.1.2 公司在正式录用前以试用为目的雇用的员工。如试用结果不理想,或试用人员不愿继续工作,双方均有权在约定的试用期内(最长不超过119天)书面通知对方解除试用合同,且无需支付任何补偿金。
2.1.3 公司临时雇用或为项目雇用的员工,该工作并非雇主的正常业务或经营工作,须有确定的开始和结束时间;或属于有完成期限或以工作完成为准的临时性工作;或属于季节性工作并在该季节内雇用,且该工作须在两年内完成,公司与员工须在雇用之初签订书面合同。对于无固定期限的雇佣,如公司解雇员工或员工辞职,提出解除的一方须至少提前30天以书面形式通知对方;如由公司解雇员工,公司将按照第八章及劳动法的规定支付补偿金。
2.2 工资、工资调整及发薪日期
公司向录用的员工支付工资,并考虑其知识与能力;公司将遵守劳动法关于部颁最低工资标准的规定,其他福利另计。
公司于每年一月对各级员工进行加薪评定,依据上级主管提交的每位员工的能力与工作表现进行考核。公司保留根据当年实际情况及公司财务状况决定加薪幅度大小或不予加薪的权利。此外,如个别员工表现出色、对本职工作高度负责,公司亦可在上述规定之外对其工资另行调整。
个人所得税由员工本人承担,公司将按员工应缴税率代扣代缴。
每位员工的工资或薪酬标准均属保密信息。
为使员工工作适应公司管理需要并有利于公司业务经营,公司规定了工作日、工作时间及休息时间。公司保留根据需要和实际情况随时调整的权利,以利于公司业务经营。
3.1 工作日、工作时间及休息时间
公司保留根据需要和实际情况调整工作日、工作时间及休息时间的权利,以利于业务经营,并将依法执行。
3.2 传统节假日
公司每年安排不少于13天的传统节假日(含国际劳动节),节假日期间按正常工作日标准支付工资。公司将每年提前公布节假日安排。如传统节假日与每周休息日重合,公司将在下一个工作日安排补休。
3.3 年假
3.3.1 员工可享受带薪年假,标准如下:
工龄不满1年的员工,按公司规定的比例享受年假。
3.3.2 有权享受并希望休年假的员工,须至少提前3天提交请假单。
3.3.3 年假须在当年内休完,不得累积至下一年度。
3.4 考勤记录
3.4.1 全体员工在上班、下班或工作期间经批准离开时,无论是正常工作日还是休息日,均须按公司规定的办法进行考勤打卡。经公司或公司授权人员批准免于打卡或采用其他方式记录考勤的员工除外。
如员工按时到岗工作但忘记打卡,须向上级主管及人事部报告,并登记实际工作时间,由上级主管在考勤记录上签字确认。公司不视为旷工,而视为忘记打卡。
3.4.2 迟到及提前离开工作场所
• 员工如预计会迟到或晚于规定上班时间到岗,须在排班上班时间前致电上级主管。如员工迟到且忘记打卡,须向上级主管及人事部报告,并登记实际工作时间,由上级主管签字确认。公司不视为旷工,而视为迟到。
• 提前下班:员工如需在规定下班时间前离开,须事先获得上级主管批准,并每次按规定填写申请表。
3.4.3 员工如疏忽或不重视每日考勤打卡,公司将视为擅离职守,并按旷工处理。
3.4.4 未提交请假单而缺勤的,视为旷工。
4.1 加班及休息日工作
公司原则上不安排员工在休息日工作,以保证员工得到充分休息。但如工作性质属于紧急工作,必须连续进行,一旦停止将对工作造成损失,公司有权根据需要安排一名或多名员工加班或在休息日工作。
员工每次加班或休息日工作,均须经上级主管批准。
4.2 加班费
4.2.1 正常工作日:超出正常工作时间的部分,按正常工作时间每小时工资的1.5倍支付加班费(休息时间不计入)。
4.2.2 休息日:超出休息日正常工作时间的部分,按正常每小时工资的3倍支付休息日加班费(休息时间不计入)。
4.3 休息日工作报酬
4.3.1 在休息日有权领取工资的员工(如每周休息日、传统节假日及年假),如公司安排其在休息日工作,按休息日工作小时数另加正常工资的1倍支付休息日工作报酬。
4.3.2 在休息日无权领取工资的员工(如按小时、按日及计件计薪员工的每周休息日),如公司安排其在休息日工作,按休息日工作小时数以正常工资的2倍支付休息日工作报酬。
4.4 小时工资的计算
为计算加班费、休息日工作报酬及休息日加班费,月薪员工工作日的小时工资为:月工资除以三十与平均每日工作小时数的乘积。
5.1 病假
5.1.1 员工每年可请病假,最多不超过30个工作日。
5.1.2 员工可按实际患病天数请病假并领取工资。每次连续请病假3个工作日及以上的,须在请假单后附一级现代医学医师或政府医疗机构出具的医疗证明;如无法取得,须以书面形式向公司说明。如公司已指定医生,则由该医生出具证明,但员工无法接受该医生检查的除外。
5.1.3 请病假时,员工须尽快通知上级主管,并在第一时间提交请假单。
5.1.4 单次病假超过10个工作日的,须经总经理或董事长批准。
5.1.5 因履行职务或直接因履行职务而患病或受伤需治疗的,员工可按医生规定的期限请假并领取工资,但最长不超过1年。如员工所患疾病与履行职务无关,且病假超过3个月,影响工作、导致工作效率下降,公司有权以长期病假为由考虑解雇,公司将按劳动法规定支付补偿金。
5.2 事假
员工如有必须亲自办理、无法委托他人代办的个人事务,例如办理政府手续、银行业务等,可根据上级主管的批准请事假,并按以下规定领取正常工资:
5.2.1 一般事假:每年不超过3个工作日,带薪;超过3天的部分不带薪。
5.2.2 特别事假
(1)婚假
• 已转为公司正式员工的,可享受婚假3个工作日,照常领取工资;超过3天的部分不带薪。
• 员工须至少提前15天向上级主管提交请假单,并附上证明材料(婚礼请柬)。
(2)丧假
• 员工的父母、配偶、同父同母的兄弟姐妹及合法子女(包括依法登记的养父母及养子女)去世的,员工可请丧假3个工作日办理丧事,照常领取工资;超过3天的部分不带薪。
• 员工须在取得政府部门出具的死亡证明后,立即连同请假单一并提交上级主管。
5.2.3 员工如需请事假,须至少提前3个工作日向上级主管提交请假单,并须事先获得批准。如遇紧急情况,须在请假第一天中午12点前电话请假;如无法做到,须在返岗后立即说明理由并提交请假单。
5.2.4 公司不允许员工单次连续请事假超过3个工作日。如确有必要,总经理或董事长可批准超出规定天数的请假,但全年合计不得超过15天。
5.2.5 员工如在请事假方面疏忽或未按规定办理,公司将视该员工为旷工。
5.3 产假
怀孕的女员工有权在产前及产后请产假,每次怀孕不超过120天,期间的休息日计算在内。公司在产假期间按工作日工资标准支付工资,最长不超过60天(产假不计入病假),另由社会保险基金支付60天的生育津贴。此外,可连续增加15天假期(如婴儿患病),按请假天数支付50%的工资。
怀孕女员工如持有一级现代医学医师出具的证明,证明其无法从事原岗位工作,有权要求公司为其适当调换工作岗位。
男员工有权请假照顾分娩的妻子,请假期间可领取工资,最长不超过15个工作日。条件是:如在妻子分娩之日起30天内请假,有权在请假期间领取工资;如在妻子分娩之日起30天后请假,请假期间是否支付工资,由公司董事授权人员酌情决定。
5.4 因工受伤或因工患病请假
因工受伤、因工患病或请产假,不视为“病假”。
5.5 兵役假
员工被征召参加兵役体检、点名检查、军事训练或依据兵役法进行的战备检验的,须尽快报告上级主管并出示证明。自收到征召通知之日起,公司在请假期间按工作日标准支付工资,但最长不超过60个工作日(义务征兵入伍除外)。
如员工被征召入伍服兵役,须在收到征召通知之日起3天内通知公司,并视为该员工自愿从公司离职。
5.6 绝育手术假
员工有权请假进行绝育手术,并按一级现代医学医师规定并出具证明的期限请假,请假期间照常领取工资。如无相关证明,公司将视该员工为旷工。
5.7 培训或能力提升假
员工有权请假参加培训或提升知识能力,仅限与本人所负责的日常工作或雇佣条件相关的内容可领取工资。有权请此类假的员工须已通过试用期。
员工须至少提前7天提交请假单,供上级主管审批,并明确说明请假事由,附上相关申请材料,例如培训录取通知、课程详情等。如该员工当年已获批此类假期累计30天或3次,或该请假可能对公司业务造成损失或影响,公司保留不予批准的权利。
5.8 未经通知缺勤
员工未按规定通知上级主管或公司而缺勤,包括请假但未按公司规定格式填写请假单的,公司视为旷工,不支付工资。
团队协作必须有工作纪律,以维护良好秩序和工作安全。因此,公司高度重视员工的各项纪律规章。为确保纪律处分公平合理,公司规定了纪律处分的形式,并根据过错的轻重进行考量和处分。
员工的职责与纪律
为维护良好秩序、提高团队协作效率,员工须遵守以下规定:
(1) 员工须按照上级主管的指导和指令履行本职工作,遵守各项规章制度,维护工作场所纪律,并与同事保持良好合作。
(2) 员工须着装整洁得体。公司发放工作服的员工须每天穿着上班,并须佩戴适当的个人防护用品(PPE),如手套、帽子、安全鞋、耳塞等。
(3) 员工须服从并执行上级主管的指令,严格遵守公司的各项规章制度。
(4) 员工须按公司规定的时间准时上下班。
(5) 员工不得迟到、早退、擅离职守,不得无正当理由旷工或缺勤。
(6) 员工须诚实守信、勤奋努力、无私奉献、吃苦耐劳、认真负责地履行职责,不得故意拖延工作。
(7) 员工在工作时间内不得擅离本职工作,但经直属上级批准为公司办理事务的除外。
(8) 员工不得在工作时间内及工作区域内用餐。
(9) 员工不得刮擦、涂写、删改、增添、修改、移动或损毁公司的公告、指令或其他文件及各项财产。
(10) 员工不得泄露公司机密,不得向无关员工透露本人或他人的工资信息。
(11) 员工不得做出任何损害公司声誉的行为,不得利用职权为自己或他人谋取利益。
(12) 员工须爱护公司的财产、设备、工具和用品,如发现工具或设备损坏或遗失,须报告上级主管。
(13) 未经许可,员工不得将公司的物品、工具用具或产品用于个人用途或与公司业务无关的其他用途。
(14) 员工不得有不礼貌的举止或言语,不得书写粗俗、侮辱、诋毁、贬低上级主管的文字,不得冒犯同事或来访人员,不得在公司区域内与同事或任何人员争吵斗殴。禁止背后议论、诽谤他人或破坏员工之间的团结。
(15) 员工不得在公司区域内争吵或相互施暴。本条亦适用于公司举办活动、外出工作或在外工作期间的其他场所,包括工作时间及非工作时间。
(16) 员工不得在公司区域内携带、使用、吸食、饮用或持有武器、毒品、酒类、致醉物品或任何违法物品。
(17) 员工不得带外来人员进入公司区域。
(18) 员工有义务共同维护环境卫生,不得将物品或垃圾丢弃在公司指定容器以外,并须维护保养各类工作工具和设备,使其始终保持整齐有序。
(19) 员工不得在公司区域内存放易燃物品或燃料的场所吸烟或产生火花,工作期间亦不得吸烟,指定场所除外。
(20) 禁止员工在工作时间内嬉闹、玩耍、言语挑逗、大声喧哗或以任何方式打扰其他员工,例如大声播放音乐;禁止戏弄或捉弄同事导致其受伤或发生事故,无论是否出于故意。
(21) 公司调派员工到任何部门工作时,无论是临时还是长期,员工均须服从安排。
(22) 员工在使用公司财产前,须先学习并了解其使用方法和安全注意事项。
(23) 员工不得阻挠或以任何方式妨碍有权人员执行职务。
(24) 禁止从事任何违反法律或公序良俗、可能给公司造成损失的行为。
(25) 禁止在公司区域内进行任何形式的赌博。
(26) 禁止在工作时间内睡觉。
(27) 禁止员工之间或员工与主管之间发展恋爱关系。
(28) 员工不得向公司、上级主管或管理层提供虚假信息。
(29) 女员工如怀孕,须以书面形式告知上级主管。
(30) 未经公司许可,员工不得在公司内部或公司门前组织或召集会议。
(31) 员工不得参加违反《劳资关系法》、公告、命令或法律的罢工。
纪律处分
员工违反纪律时,上级主管应查明事实,并给予员工陈述事实的机会,以寻求改进办法。所采用的处分方式应有助于员工改正提高,由上级主管视具体情况酌情决定。处分方式如下:
1. 口头警告,并以书面形式记录存档。
2. 书面警告(警告书自员工违规之日起有效期为1年)。
3. 无薪停职,期限不超过7天(调查期间的停职不属于处分性停职)。
4. 解雇且不支付补偿金。
纪律处分的考量标准
1. 口头警告
有权处分人员按以下标准考量:
(1) 该违纪行为尚未对公司造成任何损失。
(2) 违纪员工此前未曾在同一事项上违纪。
(3) 员工认识到自己违反了纪律,并保证不再犯。
如违纪行为或后果与上述3项标准中任何一项不符,有权处分人员将按其他处分条款进行处理。上级主管作出口头警告后,须将违纪员工的行为、时间、地点、相关人员及其他相关细节记录下来,并尽快提交人力资源部。
2. 书面警告
(1) 处分人员认为口头警告未能奏效。
(2) 明显存在违纪故意,或在相近时间内就同一事项再次违纪,且仍处于处分有效期内。
(3) 该违纪行为尚未对公司造成直接损失,但给相关人员造成困扰。
3. 无薪停职
(1) 明显存在违纪故意。
(2) 1年内就同一事项多次违纪,且仍处于处分有效期内。
(3) 该违纪行为给公司造成损失,无论是声誉还是财产方面。
4. 解雇且不支付补偿金
(1) 员工职务舞弊,或故意对公司实施刑事犯罪。
(2) 员工故意使公司遭受损失,例如直接或间接参与与公司存在竞争关系的其他经营者的经营活动。
(3) 员工因疏忽大意给公司造成严重损失。
(4) 员工违反合法且公平的工作规章、制度或公司指令,且上级主管已代表公司发出书面警告(情节严重的,公司无需警告),该警告书自员工违规之日起仍在1年(12个月)有效期内。
(5) 员工无正当理由连续旷工7个工作日,无论中间是否有休息日。
(6) 员工经终审判决被判处监禁,但因过失犯罪或轻微犯罪被判刑的除外,且须对公司造成损失。
有权审议及执行纪律处分的人员
调查期间停职
员工被指控有违规行为时,公司有权对其停职以便调查,规定如下:
(1) 停职期限不超过7天(调查期间的停职不属于处分)。
(2) 公司将在停职前提前通知员工。
(3) 停职期间,公司将向员工支付不低于其停职前工作日工资50%的款项。
(4) 调查结束后,如证实员工没有违规,公司将自停职之日起按工作日工资标准补足工资,并扣除停职期间已支付的款项。
申诉的定义
申诉是指员工因工作产生不满或困扰,包括工作条件、雇佣条件、管理方式、工作安排或分配、工作报酬或其他利益的支付,或公司、上级主管对员工或员工之间的任何不当行为,员工向公司提出该不满或困扰,以便公司采取措施解决或终止该事件,从而促进公司与员工之间的良好关系,使员工愉快地工作。
1. 申诉方式及程序
申诉可以口头或书面形式提出。员工应先与直属上级协商解决疑问,如协商无果,方可提出申诉。
员工只能就本人事项提出申诉,不得代替他人或以他人名义提出申诉。此外,多人联名签署的申诉书或匿名信均不予受理。员工可按以下顺序逐级提交书面申诉:
1. 直属上级
2. 部门经理
3. 部门总监
4. 总经理助理
5. 总经理
对于书面申诉,未署申诉人真实姓名的,公司不予受理。上级主管将尽快将申诉处理结果告知申诉员工。
2. 申诉的调查与审议
申诉受理人须尽快调查、审议申诉事项,并在自身职责范围内解决问题。如无法自行解决,须报告上级主管,由有权裁决申诉的人员公正地研究解决,以实现员工与公司的共同利益。
3. 申诉终结程序
申诉人对处理结果不满意的,可向总经理提出复议。总经理的裁决为最终决定,各相关方均须遵照执行。
4. 对申诉人及相关人员的保护
申诉员工及相关人员不会因申诉而受到纪律处分,但申诉内容不实,或申诉人或相关人员本身违纪的除外。
意见建议
公司认为每位员工都是重要力量,都能为公司的发展作出贡献。公司鼓励各级员工就改进经营管理中的各类问题向公司提出意见建议,以促进公司业务发展,并确立以下原则:
1. 员工如有对公司有益的意见,无论是关于公司业务和运营还是关于员工本身,请以书面形式提交部门经理,并写明姓名及所在部门。公司将对建议人姓名严格保密。
2. 未署真实姓名及签名的建议,公司不予受理。
3. 员工提出的建议对公司有益的,公司可酌情给予奖励。
1. 解雇及劳动关系终止
在下列情形下,将解除或终止员工的劳动关系:
1.1 死亡
1.2 辞职:员工须至少提前30天向上级主管提交辞职申请。但公司认为适当时,可允许员工在上述期限前离职。
对于无固定期限的劳动合同,公司或员工可在任一发薪日当天或之前以书面形式提前通知对方解除合同,使合同于下一个发薪日解除,但提前通知期无需超过三个月。
1.3 试用期内解雇
1.4 因违纪解雇
1.5 因下列任一情形解雇的,员工可获得补偿金:
(1) 因人员过剩解雇,即人员多于工作量造成公司浪费,或公司认为有必要撤销该部门。
(2) 因员工健康状况不适合工作而解雇,即员工全年病假超过30个工作日,因工患病除外。
(3) 因工作表现不理想或未达到公司标准而解雇。
(4) 因行为不可信任或不具备员工应有资格而解雇。
(5) 因员工健康状况欠佳或工作能力不足而解雇。
(6) 55岁退休(按身份证计算)。
(7) 经医生诊断,员工的健康状况导致其无法正常履行岗位职责。
2. 补偿金
2.1 下列情形被解雇的员工不享受补偿金
1. 根据本规章第六章因纪律处分被解雇的员工。
2. 在试用期内被解雇的员工。
3. 有固定期限的雇佣,适用于并非公司正常业务或经营的特定项目雇佣,须有确定的开始和结束时间;或有完成期限或以工作完成为准的临时性工作;或季节性工作并在该季节内雇用,且该工作须在2年内完成,公司与员工须在雇用之初签订书面合同。
2.2 被解雇可获得补偿金的员工
因工作结束或其他原因,如公司因工作终止或其他非员工过错的必要原因需要解雇员工,公司将按以下标准支付补偿金(工作年限包括休息日、请假日及公司安排停工的日期):
2.3 因公司部门或服务调整而解雇
公司因引进机器、更换机器或技术而调整部门或服务,导致需要裁减员工的,公司将至少提前60天通知解雇日期及被解雇员工名单。
如公司无法通知或通知期少于60天,公司将支付相当于最后工资标准60天的特别补偿金,以代替提前通知。
此外,员工连续工作满6年以上的,公司将在补偿金之外另行支付特别补偿金,每满1年支付不少于最后工资标准15天的金额,特别补偿金总额不超过最后工资标准360天。工作年限不满1年的部分,超过180天的按1年计算。
2.4 因公司搬迁至其他地点而解雇
公司将在搬迁经营场所至少30天前通知员工。如公司无法通知或通知期少于30天,将支付相当于最后工资标准30天的特别补偿金,以代替提前通知。
员工如不愿随公司搬迁,有权解除合同,并有权获得不低于第2.2条规定补偿金50%的特别补偿金。员工有权在公司搬迁之日起30天内,向劳工福利委员会申请裁定公司是否应提前通知,或员工是否有权解除劳动合同并获得补偿金。
1. 员工须以对自身、他人及同事安全高度负责的意识,遵守规定并履行所分配的职责。
2. 员工在工作期间须始终穿着包跟鞋,着装整洁、不得破烂,并使用和佩戴适当的个人防护用品(PPE),如手套、帽子、安全鞋、耳塞等。
3. 员工须共同维护工作区域的清洁,使其始终保持整齐有序。
4. 每次开始工作前及结束工作后,员工须检查机器、工具、用具或各类设备是否完好、是否处于可用状态。如发现设备损坏,须立即报告上级主管。
5. 各级主管负有监督安全的职责,并须指导、培训下属,以身作则,为下属树立良好榜样。
6. 员工不得带外来人员进入公司区域。
7. 员工不得在工作期间吸毒、饮酒或使用致醉物品,不得在醉酒状态下工作;不得在公司区域内存放易燃物品或燃料的场所吸烟或产生火花,工作期间亦不得吸烟,指定场所除外。
8. 禁止员工在工作时间内嬉闹、玩耍、言语挑逗、大声喧哗或以任何方式打扰其他员工,例如大声播放音乐;禁止戏弄或捉弄同事导致其受伤或发生事故,无论是否出于故意。
9. 员工不得在公司区域内争吵或相互施暴。本条亦适用于公司举办活动、外出工作或在外工作期间的其他场所,包括工作时间及非工作时间。
10. 禁止在公司区域内进行任何形式的赌博。
11. 工作期间禁止使用手机,例如与外部人员通话或视频通话,用于翻译的除外。
12. 须严格遵守安全标识,并服从和执行上级主管的指令。
1. 本规章制度适用于全体员工。
2. 本规章中如有任何条款与劳动法或其他法律相抵触,该条款应按照劳动法或其他相关法律进行修正,且不影响本规章其他部分的效力。该修正自相关法律生效之日起生效。
3. 本员工规章制度自2026年1月2日(佛历2569年1月2日)起生效。
公布日期:2026年1月2日
总经理